Chapter 2 : Shuttering
posted on 12 Oct 2011 02:35 by ifitsohard in Fiending
หวิวในอก
คชาจับหัวใจของตัวเองแล้วสูดลมหายใจเพื่อขับไล่อาการโหวงเหวงในร่างกายให้หายไป มันช่วยได้เพียงไม่นานเท่านั้น อาการแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นมาสักพัก ก็กลับมาปั่นป่วนให้หัวสมองต้องคิดถึงเรื่องเดิมๆที่น่าจะเป็นต้นเหตุ
ร่างเล็กรีบสาวเท้าเดินขึ้นบันไดมาโผล่ที่ดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่วันนี้ถูกเซ็ทขึ้นมาเป็นสถานที่ถ่ายแบบ ดวงตาเรียวสอดส่ายไปทั่วเพราะนึกไม่อยากจะเผชิญหน้ากับคู่กรณีที่ไม่ได้เจอะเจอกันมาสองวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง จะบอกว่าบุญพาวาสนาส่งก็คงใช่ เพราะสองวันที่ผ่านมาเต๋าต้องไปแคสติ้งละครและแยกออกไปทำงานเดี่ยวตลอด การพบหน้า ที่ทำให้เขาอึดอัดใจจึงไม่เกิดขึ้น
คชาหวังว่าวันนี้ความรู้สึกเหล่านั้นคงบรรเทาเบาบางลง แม้ในใจลึกๆจะรู้ดี ว่าที่เฝ้าอดทนทำใจมาสองวัน มันจะไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อได้กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง
“ คชามาแล้ว ! ” เสียงไทด์ร้องก่อนจะวิ่งเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงเจ้าตัวเล็กแบบแกล้งๆ
“ ฮ่วยย....ออกไป อย่ามาพัวพันมันร้อน! ” คชาร้องเสียงหลงเมื่อคนคิดจะแกล้งยังไม่เลิกเกาะแกะ
“ สายตามเคย.....เพลียเหลือเกิน ” เสียงต้นร้องทักมาจากด้านหลัง ก่อนจะรีบชี้ให้คชารีบเข้าไปแต่งหน้าทำผม “ คนอื่นเขาเสร็จกันหมดแล้ว เร็วๆ ”
“ ปล่อยเลยไอ้เตี้ย! โดนเดอะวินเนอร์ด่าแล้วเห็นม่ะ ” คนตัวเล็กดันหัวไทด์ออกส่งๆก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ร่างผอมชะงักนิดนึงเมื่อสบกับสายตาคมของคนที่กำลังเดินสวนออกมาพอดี ทั้งคู่นิ่งกันไปไม่กี่วินาทีก็ได้ยินเสียงเรียกของพี่ทีมงานดังขึ้น คชาเป็นฝ่ายหันกลับมาก่อนเมื่อตั้งสติได้ และอีกฝ่ายก็เดินออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ
ร่างเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยอาการหมดแรง ใจนึกไปถึงห้วงความคิดของตัวเองในเวลาสองวันที่ผ่านมา
เขาทำใจได้
เขาจะตัดใจให้ได้
แต่แล้วทุกส่วนของร่างกายก็ตระหนักถึงความปวดร้าวที่แล่นขึ้นมาจุกกลางอก ถึงสมองสั่งการว่าไม่ แต่ถ้าหัวใจยังคงทำงานตามหน้าที่ของมันไปแบบนี้
สุดท้ายแล้ว มันก็ เจ็บเหมือนเคย
วันนี้การถ่ายแบบดำเนินผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้แดดจะร้อน แต่ทุกคนก็สนุกและไม่มีใครปริปากบ่น คชาเป็นคนสุดท้ายที่ถ่ายเดี่ยวเสร็จ โทษฐานที่มาสาย กว่าจะเสร็จเรียบร้อย เพื่อนๆก็กินข้าวกลางวันกันไปหมดแล้ว ร่างเล็กสาวเท้าเข้ามาหยิบข้าวกล่องที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างหลัง
“ ชา................” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เพราะเขาจำเสียงนี้ได้ทุกลมหายใจเข้าออก คชากระชับข้าวกล่องในมือ ก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่กำลังส่งเสียงเรียก ใบหน้าขาวจัดจ้องมองมาทางเขา ไม่เรียกเปล่า เจ้าตัวยังกวักมือเร่งอีกต่างหาก คนตัวเล็กเบนสายตาไปยังกลุ่มเพื่อนที่กำลังนั่งเฮฮากันอยู่ไม่ไกล ก่อนจะตัดสินใจอะไรได้ไม่ยาก
“ ชาเอ้ย..............” เต๋าพูดเสียงดังก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆต้น “ มานั่งนี่ ”
ประโยคหลังคนพูดเน้นเสียงหนักจนเหมือนไม่สบอารมณ์ และนั้นก็เรียกสายตาเพื่อนๆทั้งกลุ่มให้มองขึ้นมาหาเขา
“ พี่คชา....ไปกินข้าวกับ At love นู่น.....เขารอกินข้าวด้วยนานแล้วเนี่ย! ” แพรวาพูดแล้วชี้ไปยังคนตัวสูงที่นั่งหลบแดดอยู่ใกล้ๆ คชาเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนตักเต๋ามีข้าวกล่องที่ยังไม่ถูกเปิดวางอยู่
“ คชา.....เต๋ารอแกกินข้าวอ่ะ ไปกินกะมันไป ” ต้นพูดเรียบๆ แล้วเงยหน้ามายิ้มให้ เขาเลยต้องจำใจเดินไปนั่งข้างๆเต๋าท่ามกลางเสียงเพื่อนๆที่ยังแซวกันไม่หยุด
คชาไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยังจ้องมาอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาจัดแจงเปิดข้าวกล่องก่อนจะลงมือกินทันที
“ เมื่อเช้ากินข้าวมารึเปล่า? ” เสียงอ่อนๆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบระหว่างคนทั้งสอง คชาเหลือบขึ้นไปมองคนพูดเพียงนิดเดียว ก่อนจะส่ายหน้า
“ แล้วทำไมมาสาย? ” เต๋าถามเสียงขุ่นๆ “ เต๋าโทรไปปลุก ไม่เห็นเรอะ? ”
คนฟังชะงัก พลางนึกถึงมิสคอลเป็นสิบๆครั้งที่ตนพยายามไม่ใส่ใจมาตลอดสองวัน
“ ....................... ”
“ ชา.....เต๋าถามอ่ะ ได้ยินไหม? ”
คนถูกกดดันทิ่มช้อนลงไปในข้าวด้วยความหงุดหงิดปนปวดใจ จะให้เขาตอบว่ายังไงดีหล่ะทีนี้ จะให้ตอบว่ากำลังทำใจที่จะเป็นจะตายของตัวเองให้หายดี แบบนี้งั้นเรอะ?
ดวงตาเรียวเงยขึ้นไปสบกับดวงตาคมตรงๆเป็นครั้งแรก ก่อนจะปริปาก
“ วันหลังไม่ต้องโทรมาปลุก.....แม่เราปลุกเราได้ ”
ดวงตาสีเข้มหรี่ลงน้อยๆ ใบหน้าหล่อจัดหงุดหงิดขึ้นทันตาเห็น และภาพเหล่านั้นก็ทำให้คนตัวเล็กเย็นวาบถึงขั้วกระดูกได้ไม่ยาก มือขาวเอื้อมมาวางไว้ที่ต้นขาเรียวก่อนจะลูบมันเบาๆอย่างไม่กริ่งเกรงสายตาใคร คชารีบหันไปมองเพื่อนๆที่ยังคงพูดคุยกันอย่างออกรส ก่อนจะปัดมือนั้นออกด้วยความตกใจ เสียงหัวเราะน่าหมั่นไส้ของคนรูปหล่อบาดหูจนเขากลืนข้าวไม่ลงอีกต่อไป
“ ปัดทำไม.....แต่ก่อนก็เห็นชอบให้ทำ ” ไม่พูดเปล่า มือขาวก็เลื่อนมาจับตรงที่เดิมอีก คิ้วเข้มขมวดมุ่นนิดนึง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ แต่เดี๋ยวนี้มีเนื้อมีหนังขึ้นเยอะ.....เต๋าชอบ ”
คนฟังหน้าร้อนจนขึ้นสี ดวงตาเรียวหันไปจิกอีกคนให้รู้ตัวว่าจะโดนประทุษร้ายในไม่ช้า
“ แน๊ะ....โมโหก็ยังน่ารักอีก ” เต๋าเอื้อมมืออีกข้างมาบิดคางมนด้วยความเอ็นดู ไม่คาดคิดว่าร่างเล็กจะจัดแจงวางกล่องข้าวจนเรียบร้อย ยืนขึ้น แล้วกระทืบเท้าของคนรูปหล่อจนต้องร้องเสียงหลง
“ เฮ้ย....บ้านนู่นเล่นอะไรกัน......พี่เต๋าร้องเสียงดังเชียว ” หลินพูดพลางชะเง้อหน้าออกจากกลุ่มนักล่าฝันที่กำลังสุมหัวดูอะไรบางอย่างจากไอแพดของจอย
“ สงสัยทะเลาะกันเรื่องรูปในทวิตเตอร์ ” เจมส์พูดไปหัวเราะไปก่อนจะรีบหุบยิ้มเมื่อต้นหันมาชักสีหน้าใส่
คชาขมวดคิ้วเรียวสวยก่อนจะสะบัดหน้าหนีคนที่นั่งร้องโอดโอยอยู่บนพื้น
“ รูปอะไรเรอะ? ไหนขอดูบ้างดิ ” คนตัวเล็กพยายามจะแทรกตัวเข้าไปในหมู่เพื่อนๆที่กำลังพูดคุยกันอย่างเมามันส์
“ พี่คชาจะดูจริงเรอะ?....ดูแล้วอย่านอยนะ ” จอยเอามือปิดไอแพดไว้แน่น เลิกคิ้วถามพี่ชายคนสนิทพร้อมรอยยิ้มล้อๆ
“ เออออออ .... ไม่นอยยยยย ” สุดท้ายแล้วเจ้าตัวเล็กก็แย่งไอแพดจากมือจอยมาดูจนได้
ภาพที่ปรากฏบนจอ ทุกอย่างคุ้นเคยคชาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว มีแต่เพียงรูปที่ปรากฏอยู่บนไทม์ไลน์ทวิตเตอร์ไม่กี่รูปเท่านั้นที่ดวงตาเรียวไม่เคยคุ้นเลย เขาใช้เวลาประมวลผลสิ่งเหล่านั้นอยู่นานทีเดียว กว่าจะเข้าใจ
เต๋ากับพลอย ... ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
และจะบอกว่าเป็นรูปหลุดก็คงไม่ใช่ เพราะเป็นตัวผู้หญิงเองที่โพสท์รูปให้คนทั่วทั้งทวิตเตอร์ได้เชยชมความรักที่ทั้งคู่มีต่อกัน
“ เขาชัดเจนกันดีเนอะ ” คชาพูดขึ้นมาแล้วถึงรู้ว่าเสียงของตัวเองแหบแห้ง รอยยิ้มที่มักจะสดใสเสมอของคนตัวเล็กฝืดเฝื่อนจนมีคนช่างสังเกตุเห็นพอดิบพอดี ต้นคว้าไอแพดของจอยมาถือเอาไว้ในมือก่อนจะรีบกดปุ่มล็อคหน้าจอให้ภาพนั้นดับมืดไป
“ อย่าไปสนใจเลย ” ต้นพูดเสียงเบาให้ได้ยินกับคชาแค่สองคน ก่อนจะตบหลังผอมสองสามทีเพื่อให้กำลังใจ
คนตัวสูงที่เพิ่งบรรเทาจากอาการปวดร้าวที่เท้าขั้นรุนแรงเดินเข้ามาสมทบในกลุ่มเพื่อนๆ ดวงตาคมเห็นต้นเดินเข้าหาคชา ก่อนทั้งคู่จะผละออกไปที่ห้องแต่งตัวด้วยกัน ขายาวเตรียมพร้อมจะก้าวตามไปอยู่แล้ว แต่กลับถูกแพรวาทักขึ้นมาซะก่อน
“ ดช. เต๋าเอ๋อออออออออ.....ไปดินเนอร์กับแฟนมา น่าอิจฉาที่สุด ”
“ หา? ” ฟังอะไรไม่ถนัดสักเท่าไหร่ เพราะสายตาที่เอาแต่มองตามร่างเล็กที่เดินห่างออกไปไกลแล้ว
“ ก็เนี่ย.......เขาเห็นกันทั่วประเทศแล้วพี่เอ้ยยย ”
เต๋ารับโทรศัพท์ของแพรวามาดู ก่อนจะต้องถอนหายใจยาวเสียยิ่งกว่ายาว
งานเข้า
รีบเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวก็เห็นเพียงแค่คนตัวเล็กนั่งกดแบล็คเบอรี่เครื่องสีขาว กับ ต้นที่นั่งฟังเพลงอยู่ไม่ไกล เต๋าเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ใส่ใจจะเงยขึ้นมามอง
“ ชา ” เต๋าเรียก แต่อีกฝ่ายยังนิ่ง รู้สึกแต่เพียงสายตาของต้นเท่านั้นที่เหลือบมามอง
“ คชา ” ลงเสียงหนักไปอีกเพื่อเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับรู้ เต๋ารู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นสูงเกือบถึงจุดเดือด มือขาวเอื้อมไปคว้าแบล็คเบอรี่เครื่องนั้นมาถือไว้ในมือ โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของคนร่างเล็ก
“ คุยกับใครนักหนาว่ะ! ” เต๋าสบถออกมาเสียงดังแล้วเลื่อนดูบทสนทนาบนหน้าจอ เมื่อเห็นว่าเป็นอ้น เจ้าตัวจึงส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
“ เกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมา ” คชาเอ่ยขึ้นมาลอยๆแบบคนอารมณ์เสีย
เต๋าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์ขุ่นมัวในใจ ก่อนจะหันไปสบตาต้นที่กำลังนั่งมองสถานการณ์ของคนทั้งคู่อยู่อย่างใจจดใจจ่อ ร่างของต้นสะดุ้งเพียงนิดเดียวเมื่อเห็นดวงตาคมตวัดมามอง
“ ต้น.....เต๋าขอคุยกับคชาแค่สองคนสักเดี๋ยวได้ไหม? ” น้ำเสียงเข้มข้นที่อีกฝ่ายเลือกใช้ ทำให้ต้นพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเลี่ยงเดินออกจากห้องแต่งตัวไป
บรรยากาศเย็นยะเยียบจากเครื่องปรับอากาศ ยิ่งหนาวเหน็บเข้าไปอีกเมื่อคนสองคนที่เคยสัญญากันไว้ ว่าจะรักและดูแลกันตลอดไป ไม่อยาก แม้แต่จะมองหน้ากันอีกแล้ว
นาน .... นานเหลือเกินในความคิดของคชา
และเป็นตัวเขาเอง ที่อยากจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้
“ จะพูดอะไรก็พูด ... ก่อนที่ทุกคนจะเข้ามา ” คชาพยายามอย่างหนักที่จะเค้นเสียงของตัวเองให้ออกมาเป็นปรกติ ทุกครั้งที่อยู่กับเต๋าเพียงสองคน สายใยบางๆที่กำลังหวุดหวิดจะขาดของคนทั้งคู่ บาดจิตบาดใจของเขาให้เจ็บหนึบได้ทุกครั้ง
“ เรื่องรูปในทวิตเตอร์ ” เต๋าเริ่มเรื่องที่คชาไม่อยากจะฟังที่สุดในตอนนี้
“ ขอร้องหล่ะ.....อย่าพูด ”
“ ชาต้องฟัง ”
“ เราไม่อยากฟัง ”
“ ชา โกรธเต๋าไม่ได้.....เพราะเขาเป็นแฟนของเต๋า ”
“ ถือว่าเราขอร้องได้ไหม?....หยุดพูดเถอะ ”
“ เต๋าแค่อยากจะเคลียร์กับชาให้เข้าใจ ”
คชากดนิ้วตัวเองลงไปบนเก้าอี้ไม้ ไม่เข้าใจว่าความปวดร้าวรังเกียจเขามาแต่ชาติปางไหน ถึงได้ไม่เคยปราณีคนๆนี้เลยสักครั้ง ร่างเล็กค่อยๆลุกขึ้นมาจากเก้าอี้เพื่อเผชิญหน้ากับเต๋าตรงๆ ดวงตาเรียวไม่มีน้ำตาแม้สักหยด
แต่ใครจะรู้ได้เล่า ว่าหัวใจดวงน้อย ดวงนี้มันยับเยินขนาดไหน
“ เราไม่ได้โกรธ ... เราเข้าใจทุกอย่างดี เข้าใจตั้งแต่ต้น ” น้ำเสียงสั่นเทาของตัวเอง ยิ่งกวนตะกอนความขุ่นข้องหมองใจให้ลอยฟุ้ง
คชาจ้องดวงตาสีเข้มคู่นั้น ... พลางด่าตัวเองในใจ ที่เฝ้าพร่ำเพ้อว่าสักวันหนึ่ง เขาจะได้เป็นคนที่อยู่ในแววตาคู่นั้นเพียงคนเดียว
แต่มันก็แค่ฝันลมๆแล้งๆ
“ เต๋าปล่อยเราไปได้ไหม? ” คชาพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่สุด “ เราขอแค่นี้ ”
เต๋ากลืนน้ำลายฝืดเฝื่อนลงคอเมื่อได้ยิน คำตอบที่พูดกันมาหลายครั้งยังคงเป็นคำเดิมที่คชาจำได้ขึ้นใจ
ไม่มีวัน
ไม่ทันที่คชาจะได้โต้ตอบ ร่างสูงก็หันหน้าแล้วเดินหนีออกไปเสียแล้ว
คำขอร้องของเขาถูกโยนทิ้งเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา
และดูเหมือนจะเป็นหัวใจดวงนี้ด้วย ที่ถูกทอดทิ้งไม่ต่างกัน
----------------------------------------------------------------
วันนี้ทั้งวัน คงไม่มีอะไรทำให้คชากระตือรือร้นได้เท่ากับมาเตะฟุตบอลอีกแล้ว เขาตอบตกลงอ้นไปทันทีที่อีกฝ่ายบีบีมาชวน เพราะวันนี้ที่บ้านของเขาขนกันไปนอนบ้านญาติที่ต่างจังหวัดกันหมดเพื่อทำบุญ ฉะนั้นวันนี้เขาจะเตะจนถึงเที่ยงคืนก็คงไม่ต้องเกรงใจแม่ที่มาคอยรอรับเหมือนที่ผ่านๆมา ทันทีที่ก้าวขาลงไปในสนาม ดวงตาเรียวก็เจอะกับสิ่งที่ไม่อยากจะเจอมากที่สุดในตอนนี้ แถมมองเลยไปก็ดันจะมีแจ็คพ็อตยกกำลังสองให้เขาต้องหนักใจมากเข้าไปอีก
“ อ้าว เฮ้ย ชา! .... ทางนี้ๆ ” เสียงอ้นที่กำลังยืนใส่สตั๊ดอยู่ข้างสนามตะโกนมาแต่ไกล และมันก็เรียกสายตาอีกหลายคู่แถวนั้นให้มองมาด้วย
คชารู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลีบแปลกๆ อาจเป็นเพราะเขาหวังอย่างมากที่จะมาปลดปล่อยอารมณ์กับการเตะบอล แต่พอมาเจออีแบบนี้เข้า บอกได้คำเดียวว่า เ ค รี ย ด
“ หวัดดีอ้น......หวัดดีครับ พลอย ” ประโยคแรกเขาทักอ้นตามปรกติ และประโยคหลังคชามองผ่านคนตัวสูงไปยังหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่นั่งยิ้มแก้มปริอยู่ไม่ไกล
“ วันนี้ขอมานั่งดูด้วยคนนะคะ ”
“ ตามสบายเลยครับ ” คชาว่า ก่อนจะหันไปมองใบหน้าหล่อจัดเพียงแว่บเดียว แล้วก็ผละออก
“ เต๋าคงมีกำลังใจเล่นขึ้นเยอะ ” รอยยิ้มของคชากว้างเสียจนทำคนแถวนั้นอารมณ์เสีย ร่างสูงถอนหายใจแรงๆก่อนจะวิ่งออกไปสมทบกับพี่ตั้มที่ยืนรออยู่แล้วในสนาม
พวกเขาเล่นไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงดีฝนก็ตก เป็นอันว่า การปลดปล่อยแบบหน่วงๆวันนี้ต้องจบลงเร็วเกินไปสำหรับคชา ร่างเล็กวิ่งเข้ามาหลบน้ำฝนที่ข้างสนาม และก็ดันต้องหันไปเห็นภาพบาดตาบาดใจเข้าจนได้ พลอยเตรียมผ้าขนหนูสีขาวเอาไว้ รอรับคนรักของเธอที่วิ่งเข้าไปหา คชาหันกลับมาด้วยอาการวิงเวียนเล็กน้อย เมื่อฉากที่พลอยเช็ดผมให้เต๋า มันดันทับซ้อนกับภาพที่เขาเคยเป่าผมให้เต๋าในบ้าน แต่มันแตกต่างกันลิบลับ เพราะเรื่องระหว่างเขาสองคน มันกลายเป็นอดีตที่ไม่น่าจำไปเสียแล้ว
เต๋ายังจำเรื่องราวพวกนั้นได้บ้างรึเปล่านะ?
คชาคิด ก่อนจะแค่นยิ้มให้กับตัวเอง
“ คชา......แล้วเดี๋ยวกลับยังไงอ่ะ? ” เสียงอ้นทำให้คนตัวเล็กตื่นออกจากภวังค์ความคิด
“ วันนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย....ต้องกลับเอง ” คชาพูดแล้วขมวดคิ้วให้กับสายฝนที่กระหน่ำตกโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“ ให้อ้นไปนอนเป็นเพื่อนเปล่า? ” อ้นแหย่ยิ้มๆ แต่เจ้าตัวเล็กกลับพยักหน้าหงึกๆ
“ เอาดิ.....กลัวอ่ะ นอนคนเดียว ”
“ ถ้างั้นเดี๋ยวไปส่ง ” เสียงคุ้นเคยลอยมาจากด้านหลังของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าเรียวค้างอยู่แบบนั้น ก่อนจะหุบลงเมื่อหันไปมองคนพูด
“ เต๋าไปส่งแฟนเหอะ....เดี๋ยวเรื่อง ชา อ้นจัดการเอง ” ไม่พูดเปล่ายังโอบไหล่บางเข้าหาตัวอีกด้วย
คชาหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยแต่ก็ยังยิ้มรับมุขที่ดูจะไม่ค่อยถูกที่ถูกทางสักเท่าไหร่ของเพื่อนสนิท แววตาแข็งๆที่มองมาอย่างเปิดเผยคู่นั้น ถึงจะทำให้ดวงใจสั่นไหว แต่คชาก็เมินมันเสียด้วยรู้ว่าคิดเข้าข้างตัวเองแล้วใครที่จะเป็นฝ่ายเจ็บซ้ำๆซากๆ
“ ถ้างั้นเรารีบกลับเถอะเต๋า....เดี๋ยวฝนจะตกหนักกว่านี้ ” พลอยพูดขึ้นมาเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน ทำให้เต๋าต้องหันไปพยักหน้าให้หญิงสาว ก่อนจะบอกลาคชากับอ้นแบบส่งๆ แล้วเดินสวนออกไป
ดวงตาเรียวมองคนทั้งคู่เดินออกไปจนลับตา ความหน่วงหนักเข้าปะทะกับหัวใจอีกครั้ง แต่มันก็ไม่ได้สาหัสอย่างที่ตนเองคิด
เขาชักจะชินเสียแล้วกับความปวดใจที่มักจะมาโดยไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้
และคชาก็เชื่อ ... เชื่อเหลือเกิน
เชื่อว่าสักวันมันจะด้านชาจนหายเจ็บไปเอง
---------------------------------------------------------------------
ฝนตกไม่ยอมหยุดสักที
ร่างเล็กนอนเงี่ยหูฟังเสียงปรอยฝนมานานสองนาน แต่กลับข่มตาไม่หลับ
ก็เหมือนกับทุกๆวันน่ะแหละ ... คชานึกแล้วถอนใจ
ตอนอยู่บ้านนู้น ... ตกดึก ก็ต้องหลับๆตื่นๆ ใจมัวแต่พะวงว่าคนนอนข้างๆจะถีบผ้าห่มอีกหรือเปล่า
พอกลับมาอยู่บ้านนี้ ... ก็ดันไม่วายจะต้องตามติดไปคิดถึงเขาอีก ว่าจะนอนหลับสบายหรือไม่
แล้วหัวใจมันจะเอาเวลาที่ไหนไปหามุมสงบ
คนตัวเล็กตัดสินใจลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะขยี้ผมสีดำของตัวเองเบาๆด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้อะไรดลใจ แต่เจ้าตัวก็แง้มม่านหน้าต่างออกเพียงนิดเดียวเพื่อมองออกไปข้างนอก คิ้วเรียวขมวดมุ่น เมื่อดวงตาสะดุดกับร่างที่เดินวนเวียนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ในใจคชาคิดไกลไปถึงโจรผู้ร้าย เพราะวันนี้เขากลับเข้าบ้านมาแค่คนเดียว แต่เมื่อเห็นใบหน้าขาวจัดที่เด่นอยู่ท่ามกลางความมืดชัดๆ ร่างกายก็เกิดปฎิกิริยาต่อต้านขึ้นมาเสียเฉยๆ คชาปิดม่านลง ก่อนจะข่มใจบอกตัวเองว่าให้ตายก็จะไม่ลงไปหา
ร่างเล็กกลับไปนั่งชันเข่าอยู่บนเตียง ริมฝีปากแดงจัดถูกกัดจนเลือดซิบ เขาพยายามอย่างมากที่จะไม่ใส่ใจกับเสียงฟ้าร้องและแสงสว่างวาบรุนแรงที่ตัวเองก็ยังสะดุ้ง
แต่แล้วหัวใจของเขาก็ยังเป็นหัวใจดวงเดิมที่อ่อนแออยู่วันยังค่ำ
“ บ้าเอ้ย ” คชาสบถ ก่อนจะลุกจากเตียงแล้วรีบวิ่งลงไปข้างล่าง ทันทีที่เปิดประตูบ้านออกไป ร่างที่ยืนเปียกปอนอยู่หน้าประตูรั้วก็หันมามอง ร่างเล็กชาวาบไปทั้งร่าง เพราะจากสภาพก็พอจะดูรู้ ว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนี้มานานขนาดไหนแล้ว
“ มาทำไม....ทำแบบนี้ทำไม? ” น้ำเสียงสั่นไหวที่ออกมาจากลำคอ เสียดแทงหัวใจตัวเองจนเริ่มเป็นแผล คชาเดินออกมาท่ามกลางสายฝน แต่ไม่เฉียดเข้าใกล้ประตูรั้วซึ่งเป็นปราการด่านเดียวของพวกเขาเลยสักนิด
เขากลัว ... กลัวว่ากำแพงที่กำลังก่อเพื่อปกป้องตัวเองจะทลายลงอีกครั้ง
“ อยู่กับใคร ” เต๋าตะโกนแข่งกับเสียงสายฝน
“ กลับไปซะ ”
“ ฉันถามว่า อยู่ กับ ใคร! ”
“ อยู่คนเดียว พอใจรึยังว่ะ! ” คชาตะโกนตอบกลับไปบ้างอย่างมีอารมณ์
สายฝนเทกระหน่ำลงมาหนักกว่าเดิม แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความเปียกปอนอีกแล้ว
“ เปิดประตู ” เต๋าออกคำสั่ง แต่คนฟังยังดื้อดึงพอที่จะไม่ยอมทำตาม
แค่เห็นปฎิกิริยาของเจ้าบ้านที่ทำหน้าตาไม่เต็มใจจะต้อนรับขับสู้ ก็เรียกน้ำโหของคนตัวสูงให้เดือดพล่านได้แล้ว เต๋ากระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนขอบรั้ว ก่อนจะได้ยินเสียงร้องห้ามมาจากคนข้างใน แต่มีหรือที่จะเชื่อ ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็เหวี่ยงตัวเองลงมาอยู่ในตัวบ้านแล้ว เดินไม่ถึงสามก้าวก็คว้าแขนผอมบางของคนที่กำลังจะเดินหนีเอาไว้ได้ไม่ยาก ใบหน้าขาวจัดแสยะยิ้มด้วยความสาแก่ใจ
“ หนีฉันไม่พ้นหรอก.....คชาน้อย ”
คนตัวเล็กกว่าสะบัดแขนอย่างแรงด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าเต๋าจะกล้าถึงขนาดนี้ แต่จะทำท่าไหนคนตัวสูงก็ไม่ยอมปล่อยท่าเดียว สุดท้ายแล้วก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ ต้องเป็นคนถูกลากให้กลับเข้าไปในบ้านทั้งอย่างนั้น
คชาสลัดมือเต๋าที่จับอยู่ตรงข้อแขนออกจนได้เมื่อก้าวขาเข้ามาในบ้าน แต่ไม่รู้เลยว่าร่างสูงใช้จังหวะนั้นดึงตนเองเข้าสู่อ้อมกอดได้อย่างง่ายดายที่สุด มือเล็กดันแผ่นอกของเต๋าออกสุดแรง ท่าทางดื้อดึงแข็งขืนแบบนี้ยิ่งเร้าอารมณ์ให้อีกฝ่ายต้องทำอะไรสักอย่าง ริมฝีปากเย็นจัดเพราะยืนตากฝนอยู่เป็นนานสองนานก้มลงหอมแก้มนุ่มทั้งสองข้างก่อนจะยกยิ้มเมื่อคนตัวเล็กนิ่งไป
“ มาทำไม?.... ” คชาถามซ้ำ พยายามบีบเค้นเสียงตัวเองให้ห้วน แต่เพราะน้ำแข็งในใจละลายกลายเป็นหยดน้ำไปหมดแล้ว เสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีซีดจึงเบาหวิวจนน่าใจหาย
“ คิดถึง ” เสียงนุ่มนวลที่คุ้นเคยกระซิบคำหวาน แต่ทั้งร่างกายคนฟังรับรู้เป็นอย่างดีว่ามันเคลือบยาพิษร้ายกาจขนาดไหน
หมดกัน ... คชาครางในใจ
ให้ตายชาตินี้เขาคงไม่มีวันทำใจได้หรอก ถ้ายังเป็นแบบนี้
ดวงตาเรียวเงยขึ้นไปมองใบหน้าหล่อจัด ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นของอีกฝ่าย
“ เปียกหมดแล้ว.....มาเดี๋ยวเราเป่าผมให้ ” ร่างเล็กทำท่าจะผละออกไป แต่คนตัวสูงไม่ยอม
หน้าผากเย็นจัดเลื่อนลงมาชนกับหน้าผากเล็กที่ยังพอมีไออุ่นหลงเหลืออยู่ แขนแข็งแรงกอดรัดร่างน้อยเข้ามาแนบชิด
“ ปล่อยเถอะเต๋า....เดี๋ยวเป็นหวัดกันทั้งคู่ ” คชาบ่นเพราะร่างกายโชกไปด้วยน้ำฝนไม่ต่างกัน
“ ไม่เอา....ขออยู่แบบนี้อีกแป้บ ”
คนสองคนกอดกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน .... จนเสียงเรียกเข้าจากมือถือต้องคำสาปดังขึ้นมา คชาจึงรีบผละตัวออก เต๋าดึงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขึ้นมาดูหน้าจอ และเพียงแววตาที่เปลี่ยนไป เขาก็รับรู้ได้ทันที
ถึงจะนึกสาปแช่งไอ้มือถือที่ทนอย่างกับอะไรดีแค่ไหน แต่สุดท้าย มีเพียงสองคำเท่านั้นที่เขาจะต้องพูด
“ รับสิ ” เสียงแผ่วเบาแหบแห้งเหลือเกินในตอนนี้
เต๋าไม่ได้ลังเล หรือ คิดจะปฎิเสธสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเลย ดวงตาคมแค่มองสบมาที่เขาตรงๆแค่นั้น ... แล้วมีหรือที่คนอย่างคชาจะไม่รู้ใจของเต๋า
“ เราจะเข้าไปรอในห้อง ” ร่างเล็กส่งยิ้มให้ แล้วหันหลังกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองแล้วปิดประตูอย่างแน่นหนา
ในหัวสมองสั่งให้เขาเดินออกไปให้ไกลจากตรงนั้น
แต่หัวใจกลับสั่งให้เขารอฟัง
วินาทีที่ทุกอย่างเงียบงัน นอกจากเสียงฝนแล้ว คชาได้ยินทุกอย่างชัดเจนเหลือเกิน
...เต๋าอยู่ที่พัก ไม่ได้ไปไหน...
...เชื่อใจกันหน่อยเถอะ เต๋าไม่เคยมีใครเลยนอกจากพลอย...
...รักพลอยที่สุด รักพลอยคนเดียวจริงๆครับ...
คชายิ้มให้กับตัวเองทั้งน้ำตา พลางนึกก่นด่าตัวเองในใจที่ไปรักผู้ชายใจร้าย ใจดำคนนี้ได้ลง
แต่จะทำอย่างไรได้เล่า?
...เพราะคชารักเต๋าที่สุด รักเต๋าคนเดียวจริงๆ...
ไม่ใช่คำพูดของเต๋าที่มีให้พลอย แต่เป็นคำพูดของตนเองเมื่อครู่ ที่กร่อนก้อนเนื้อในอกจนแตกสลายเป็นผุยผง ความรู้สึกขมขื่นแผ่ซ่านเข้าทุกขั้วหัวใจ ให้ร่างกายตระหนักถึง รักที่ไม่มีทางสมหวังไปได้
เสียงบิดลูกบิดประตูส่งผลให้ร่างเล็กรีบปาดน้ำตาแล้วเดินไปนั่งอยู่ตรงขอบเตียง ใช้เวลานานทีเดียว กว่าเต๋าจะเดินเข้ามาถึงตัวเขา และนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า มือที่ยังมีไอเย็นจางๆเอื้อมมาจับมือของเขาที่เย็นชืด
“ เช็ดผมให้เต๋าหน่อยนะ ” เสียงแบบเดิมๆที่เต๋าใช้พูดกับคนรัก ยิ่งทิ่มแทงความอ่อนแอของคชาให้พังย่อยยับ ยังไม่ทันได้ตอบ ร่างสูงก็จัดแจงตัวเองให้นั่งอยู่ระหว่างขาของเขาแล้ว
คชาเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวที่พาดอยู่ไม่ไกลมาถือไว้ ก่อนจะลงมือเช็ดผมสีดำที่ทั้งยุ่งเหยิงและเปียกชื้นให้อีกฝ่าย เขาทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆท่ามกลางความเงียบของคนทั้งสอง จนเต๋าเอื้อมมือมาแตะแขนของเขาน่ะแหละ คชาถึงได้หยุด
“ ชา...... ”
“ หืม? ”
“ ขอโทษนะ.....ที่เต๋าทำอะไรเพื่อชาไม่ได้สักอย่าง ”
คชารู้สึกถึงความปวดร้าวที่ค่อยๆกัดกินเข้ามาถึงแกนกลางหัวใจ คำพูดเหล่านั้นตอกย้ำให้ความหวังเพียงน้อยนิดแหลกสลายลงไปได้ไม่ยากเลย แขนทั้งสองข้างหมดแรงเอาเสียดื้อๆ
แต่คชายังมีสติดีพอที่จะพูดความในใจกับคนที่เขารัก
“ เรารู้ ” คชากระซิบกับกลุ่มผมสีดำที่ยังไม่หายเปียกชื้น “ เราไม่ต้องการอะไรเลยเต๋า ”
เราไม่ต้องการอะไรจริงๆ
.
.
.
TBC


ไรเตอร์มาต่อไวๆนะชอบเรื่องนี้มากกกก
#1 By Tamz.trd on 2011-10-12 04:18